|
Turn Left Turn Right
ถือโอกาสวันวาเลนไทน์ อัพอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องรักๆหน่อยล่ะกัน
กับหนังเรื่องโปรดดูแล้วซึ้ง ประทัปใจมากๆ
แต่ดูแล้วก็ปลงอ่ะ โอกาสที่จะเจออย่างนี้มีแค่หนึ่งในล้านเองมั้ง
http://www.popcornfor2.com//images/turnLR/synopsis.swf
This entry was posted in กองโจนออกปฏิบัติการแว้ว.... Bookmark the permalink.
Turn Left, Turn Right เป็นเรื่องของชายหญิงคู่หนึ่งที่คุณจะไม่รู้จักชื่อของเขาทั้ง 2 ไปจนหนังจบ เท่าที่เรารู้คือฝ่ายชายมีเลขประจำตัวนักเรียนว่า 763092 ในขณะที่ฝ่ายหญิงคือเลข 784533 ทั้งคู่ต่างมีอดีตปิ๊งรักกันตั้งแต่สมัยมัธยม แต่ด้วยโชคชะตาที่ไม่เป็นใจทำให้ทั้งคู่ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลยแม้ฝ่ายชายจะให้เบอร์โทรของเขาไว้แล้วก็ตาม จนเมื่อก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ทั้งคู่ได้มาพบกันอีกครั้งที่สวนสาธารณะละแวกบ้านและได้แลกเบอร์โทรศัพท์กันอีกครั้ง แล้วโชคชะตาก็ได้เล่นตลกกับทั้งคู่เป็นครั้งที่สองเมื่อกระดาษจดเบอร์โทรศัพท์ที่ทั้งคู่เขียนให้กันเปื้อนน้ำฝนหมึกเลอะไปทั่วจนอ่านตัวเลขไม่ออก แม้ทั้งคู่จะลองโทรไปตามเบอร์ที่พอจะแกะออกได้ก็ตาม แต่ดูเหมือนจะไม่ประสบผลแต่ประการใด จนกระทั่งทั้งคู่ได้มาพบกับ "คู่ป่วน" ซึ่งประกอบไปด้วยหมอจอมเว่อร์ที่ตั้งใจจะจีบนางเอกของเราให้ได้ กับสาวร้านอาหารตามสั่งที่จ้องจะกัดพระเอกของเราจนจมเขี้ยวแล้วลากไปทำแฟนซะ จนสุดท้ายแล้วคู่ป่วนคู่นี้ก็ค้นพบความลับของคู่พระนางของเราพร้อมๆ กัน ความลับที่คู่พระนางของเราต่างเฝ้ารอมาตั้งแต่การไปทัศนศึกษาสมัยมัธยม
จุดที่เรียกว่ายอดเยี่ยมมากๆ ใน Turn Left Turn Right คือบทภาพยนตร์ดัดแปลง ซึ่งดัดแปลงจากหนังสือมากพอสมควร และการดัดแปลงนี้เป็นการทำให้ตัวหนังมีมิติมากขึ้นจากตัวนิยายชนิดที่ต้องปรบมือให้กับทีมเขียนบทที่ใส่มุขและสถานการณ์ต่างๆ เพิ่มเติมเข้ามาได้พอเหมาะพอเจาะและไม่ทำให้เนื้อหาในหนังสือเสียไปแต่อย่างใด มิหนำซ้ำในหนังยังมีหลายต่อหลายฉากที่แสดงความเคารพต่อเรื่องดั้งเดิมด้วยการจำลองฉากมาจากภาพในหนังสือแบบเป๊ะๆ อีกด้วย และแม้ว่าตัวบทของ Turn Left Turn Right ดูคล้ายๆ จะเขียนขึ้นมาอย่างง่ายๆ ด้วยที่บทภาพยนตร์เหมือนจะเขียนไว้เพียงครึ่งเดียว เพราะมีหลายๆ ฉากที่พระ-นางของเราพูดไดอะล๊อคเดียวกันในอารมณ์ที่คล้ายกัน แต่ความรู้สึกระหว่างชายหญิงย่อมแตกต่างกันออกไป อีกทั้งทีมเขียนบทยังมีแก่ใจ "เล่นมุข" ล้อเลียนบทของตัวเองหลายต่อหลายครั้ง มุขเด็ดมุขหนึ่งของบทภาพยนตร์ในเรื่องนี้คือการใช้ไดอะล๊อคเดียวกันแต่ตัวละครที่พูดเปลี่ยนไปและผลที่ได้คืออารมณ์ที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง จากความโรแมนติกกลับกลายมาเป็นความฮาชนิดหยุดไม่อยู่ ทั้งๆ ที่ไดอะล๊อคนั้นเคยถูกใช้มาแล้วในอารมณ์ที่ซาบซึ้ง มุขเหล่านี้ที่แทรกอยู่ทั่วไปในหนังทำให้ตัวหนังดูสนุกสนานมากๆ ไปตลอดเรื่อง แต่กระนั้น ระดับความโรแมนติกซึ่งเป็นแกนหลักของตัวหนังก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย ด้วยประโยคซึ้งๆ จิ๊ดๆ ที่ประพรมอยู่ในทุกฉากที่มีคู่พระ-นางของเราปรากฏออกมา นับเป็นความช่ำชองของทีมเขียนบทที่น่าปรบมือให้
อีกจุดหนึ่งที่แสดงถึงความเก๋าเกมของการเขียนบทคือการนำเสนอคาแรคเตอร์ของทั้ง 784533 และ 763092 ให้มีความคิดเหมือนกัน ชอบทำอะไรเหมือนกัน ไปนั่งเล่นที่สวนสาธารณะเหมือนกัน มีวิถีชีวิตเหมือนกัน เพียงแต่ทั้งคู่ดำเนินชีวิตคนละสถานที่ซึ่งห่างกันเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น และเป็นที่น่ายินดีที่ความสนุกสนานของทีมเขียนบทที่เล่นกับมุข "คลาดกันไป คลาดกันมา" ไม่มีความน่าเบื่อ น่าอึดอึด หรือคลาดกันแบบโง่ๆ เลยแม้แต่น้อย การคลาดกันแต่ละครั้งนั้นออกไปในแนวน่ารักมากกว่า ซึ่งจุดเล็กๆ แบบนี้แหละที่ทำให้ตัวหนังดูได้สนุกและลุ้นมากๆ ตลอดเรื่อง
งานโปรดักชั่นของหนังอยู่ในระดับเหนือมาตรฐาน แน่นอนว่า Turn Left Turn Right คงไม่ใช่หนึ่งใน "หนังฆ่าเวลา" ของผกก.ตู้ฉีฟง แต่อย่างใด งานด้านการถ่ายภาพที่งดงามสื่อถึงนัยยะที่หนังต้องการบอก ดนตรีประกอบที่ลงตัวกรุ่นไปด้วยอารมณ์โรแมนติก การตัดต่อที่เร้าอารมณ์และช่วยส่งอารมณ์ร่วมของผู้ชมได้เป็นอย่างดี การกำกับศิลป์ที่เล่นกับสี เล่นกับเสื้อผ้า เล่นกับฉาก ยิ่งทำให้ตัวหนังดูมีเสน่ห์ เรียกว่างานด้านเทคนิคทั้งหมดทั้งปวงล้วนลงตัวกลมกลืนและพิถีพิถัน อีกทั้งงานกำกับศิลป์ที่เสนอผ่านสัญลักษณ์เล็กๆ น้อยๆ ต่างก็สื่อถึงความน่ารักของตัวเรื่อง ทั้งเรื่องร่มสีเขียว สีแดง ที่ปรากฏมาในฉากเปิดเรื่องที่ต้องบอกว่าดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้ในแทบจะทันที หรือเรื่องบทกลอนที่ 784533 ท่องอยู่ตลอดก็ช่วยเพิ่มความโรแมนติกและความเหงาให้กับเรื่องได้ลงตัว และสีสันที่ขาดไม่ได้คือนักแสดงทั้ง จินเฉินอู่ หรือ ทาเคชิ คาเนชิโร และ เหลียง หย่งฉี ทั้งคู่แสดงเข้าขากันได้อย่างลงตัว สำหรับ ทาเคชิ เองแม้ว่าเล่นอะไรก็ยังเป็น ทาเคชิ ด้วยความหล่อของเขา แต่หากมองด้วยความยุติธรรมแล้ว คงต้องยอมรับว่าเขาทำหน้าที่ได้ดีทีเดียวในหนังเรื่องนี้ และยังได้พลังดาราและพลังการแสดงที่เข้มข้นจาก เหลียง หย่งฉี มาประกบอีกคนก็ยิ่งทำให้ทุกฉากที่มีทั้งคู่แสดงร่วมกันมีพลังมากพอที่จะดึงดูดอารมณ์ของผู้ชมให้เข้าสู่ตัวหนัง มิใช่เป็นเพราะหน้าตาหรือความเป็นดาราดังของทั้งคู่
หลายๆ ฉากในหนังเป็นการจำลองภาพมาจากหนังสือนิยายภาพของ Jimmy แบบจงใจ ซึ่งช่วยเพิ่ม "ความอาร์ต" ให้กับหนังขึ้นอีกมากโขอยู่ แต่อย่างไรก็ดีด้วยความเป็นเจ้าพ่อแห่งผกก.งานพาณิชย์-ศิลป์ของผกก.ตู้ฉีฟง ทำให้ Turn Left Turn Right ไม่ใช่หนังอาร์ตจ๋าซะทีเดียว แม้ตัวหนังจะมีสัญลักษณ์หลายประการให้ตีความกัน แต่ความบันเทิงและความสนุกสนานในการชมยังคงเต็มเปี่ยมในหนังเรื่องนี้
ผกก.Johnny To (ตู้ฉีฟง) และผกก. Wai ka fai ต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ผกก.ทั้งคู่สร้างตัวหนังให้มีอารมณ์เก็บกดกับผู้ชมมาทั้งเรื่องจนถึงจุดที่ต้องปลดปล่อยออกมาในช่วงท้าย เขาก็ปล่อยมุขแบบ "เอาตาย" ได้อยู่หมัด เพื่อให้เห็นภาพ คุณลองนึกภาพคนๆ หนึ่งไปยืนตะโกนเรียก 784533 เป็นบ้าเป็นหลังอยู่กลางเมือง มันเป็นภาพที่ดูตลกมากๆ แต่น้ำตาคุณอาจจะกำลังไหลอยู่ก็ได้ในฉากๆ นี้ ตัวหนังเล่นกับความเหงาของคนเมือง หรือจะให้เจาะจงคือคู่ชายหญิงคู่นี้ เขาทั้งคู่ไม่มีเพื่อนสนิทเลย ต่างอยู่อย่างลำพังและว้าเหว่ มีเพียงสิ่งเดียวที่ทำให้พวกเขาดำรงชีวิตในเมืองเหงานี้อยู่ได้คือความฝัน การไล่ตามฝันเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวสิ่งเดียวที่พวกเขามี นอกไปจากเพื่อนวัยเด็กที่ไม่รู้แม้แต่ชื่อคนนั้น และในตอนนี้ สิ่งที่พวกเขาต้องการมากกว่าความฝันคือปาฏิหาริย์ ซึ่งน่าจะเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้เขาทั้งคู่ได้พบกันอีกครั้ง
เคยดูตอนเดียวเองอ่า อยากดุๆ
เคยดูตอนเดียวเองอ่า อยากดุๆ
เค้าแฟงนะ.. เหนเปซจากบอยเลยแวะเข้ามา เปซสวยดีนะ ดูแปลกตาอ่ะ…ศิลป์ดีชอบชอบ..
เค้าแฟงนะ.. เหนเปซจากบอยเลยแวะเข้ามา เปซสวยดีนะ ดูแปลกตาอ่ะ…ศิลป์ดีชอบชอบ..
สเปซจ๋วยดี…ภาพแบล๊คกาวน์เหมือนเกื้อเลย…555+ เรื่องขึ้นภูอ่เค้าะคงเข็ดแล้วมั้ง
อ่ะนะ….รับทราบจ้าแล้วจาติดต่อไปน๊า…ไงก็สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะจ๊ะ>>>ขอให้มีความสุขน๊า
เคยดูแล้ว
ก็ชอบเหมือนกัน
แต่ก็สงส๊าน-สงสาร
กว่าจะเจอกัน
เคยดูแล้ว
ก็ชอบเหมือนกัน
แต่ก็สงส๊าน-สงสาร
กว่าจะเจอกัน
หวัดดีไม่เคยได้เข้ามาเลยอ่า อิอิ ทำไมอยู่ถึงบ้าหนังเรื่องนี้อ่า ชอบเหมือนกัน
หวัดดีไม่เคยได้เข้ามาเลยอ่า อิอิ ทำไมอยู่ถึงบ้าหนังเรื่องนี้อ่า ชอบเหมือนกัน